หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้ธุรกิจมุสลิมไทยโพสต์
หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | เรียนรู้อิสลาม  | ฮาลาล  | 
ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ  | ความรู้
 
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> บทความธุรกิจ >> บทความ - คัมภีร์บริหาร คัมภีร์แห่งปัญญา
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
10 ข้อพึงระวังสำหรับการเขียนแผนธุรกิจ (ตอนที่ 1)

10 ข้อพึงระวังสำหรับการเขียนแผนธุรกิจ 
Business Plan (ตอนที่ 1)

ปัจจุบันแผนธุรกิจถือเป็นเอกสารสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ ในการขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากทางธนาคารหรือสถาบันการเงิน รวมทั้งจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่มักพบอยู่เสมอว่าแผนธุรกิจที่นำเสนอนั้นมีข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดที่ส่งผลให้แผนธุรกิจเหล่านี้ถูกปฏิเสธหรือต้องกลับไปแก้ไข ซึ่งบางครั้งข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดเหล่านี้เป็นเพียงรายละเอียดเพียงเล็กน้อย แต่กลับทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียโอกาสหรือเสียเวลาในการจัดทำแผนธุรกิจใหม่ อันเป็นการเสียโอกาสในทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย

ดังนั้นผู้เขียนจึงได้รวบรวมข้อพึงระวังเกี่ยวกับการจัดทำแผนธุรกิจไว้พอสังเขป เพื่อเป็นแนวทางในการตรวจสอบว่าแผนธุรกิจที่จัดทำขึ้น และนำเสนอนั้นมีความสมบูรณ์พียงพอ ที่จะนำเสนอต่อธนาคารหรือสถาบันการเงิน รวมทั้งจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนหรือไม่ โดยมีข้อพึงระวัง 10 ข้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากแผนธุรกิจที่ได้นำเสนอ หรือจากตัวผู้ประกอบการที่นำเสนอแผนธุรกิจนั้น โดยพอจะสรุปรายละเอียดของข้อพึงระวังไว้ดังนี้คือ
 
1.อ่านแล้วไม่เข้าใจหรือผู้เขียนเข้าใจอยู่คนเดียว 
ถือเป็นประเด็นที่พบกันอยู่ทั่วไปซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับแผนธุรกิจที่ผู้ประกอบการเป็นผู้เขียนแผนธุรกิจเอง โดยสามารถแยกออกเป็น 2 กรณี คือ

กรณีแรก มักพบจากแผนธุรกิจที่เป็นธุรกิจเฉพาะด้านหรือธุรกิจทางด้านวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น ด้าน Software ด้าน IT ด้าน Nano-technology หรือด้านเคมี เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่จะมีการใช้ศัพท์ทางเทคนิค ศัพท์ในวงการ หรือตัวย่อต่างๆ มากมายซึ่งจะเป็นที่รู้กันเฉพาะคนในวงการหรือผู้อยู่ในธุรกิจเท่านั้น โดยเชื่อว่าจะเป็นการแสดงความน่าเชื่อถือว่าผู้ประกอบการมีความรู้จริงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ทำให้เมื่อเจ้าหน้าที่จากธนาคารหรือสถาบันการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักการเงินหรือเรียนมาทางสายบริหารธุรกิจ เมื่ออ่านเนื้อหาในแผนธุรกิจแล้ว มักจะไม่สามารถเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ว่าคืออะไร หรือมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งจากข้อจำกัดดังกล่าวก่อให้เกิดความยุ่งยากในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจในตัวธุรกิจและรูปแบบดำเนินการ และมักเกิดประเด็นข้อสงสัยต่างๆ จนทำให้เกิดการปฏิเสธต่อผู้ประกอบการไปในที่สุด ดังนั้นพึงระลึกว่าแผนธุรกิจที่เป็นธุรกิจเฉพาะด้าน หรือธุรกิจทางด้านวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี หรืออาจรวมถึงธุรกิจอื่นใดก็ตาม ควรเขียนรายละเอียดต่างๆ ให้สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุด แม้จะเป็นคนนอกวงการก็ตาม หรือถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ศัพท์ทางเทคนิคหรือศัพท์ในวงการหรือตัวย่อต่างๆ ควรมีการอธิบายเกี่ยวกับความหมายของศัพท์ หรือตัวย่อเหล่านั้นประกอบไว้ด้วยให้ชัดเจน

กรณีที่สอง จะเป็นประเด็นที่คล้ายคลึงกับกรณีแรก แต่เกิดจากการที่ผู้เขียนแผนธุรกิจเขียนแผนขึ้นโดยใช้ความเข้าใจหรือจากการทำธุรกิจที่เป็นอยู่ของตนเองเป็นหลัก โดยคาดว่าผู้อ่านจะเข้าใจในสิ่งที่ตนเองเขียนขึ้น แต่พบว่าบ่อยครั้งสิ่งที่เขียนในแผนธุรกิจนั้นไม่สามารถสร้างความเข้าใจให้กับผู้อ่านแผนได้ เพราะสิ่งที่สำคัญสำหรับแผนธุรกิจก็คือ ผู้อ่านแผนต้องมีความเข้าใจในตัวธุรกิจอย่างถูกต้อง ภายหลังหลังที่ได้อ่านแผนธุรกิจแล้วหรือรวมถึงความชัดเจนของสิ่งที่จะทำหรือดำเนินการว่าจะเป็นธุรกิจอะไรกันแน่ เช่น จะเป็นผู้ผลิตเอง จะเป็นการว่าจ้างผลิต จะเป็นการซื้อสินค้ามาขาย จะเป็นการให้บริการ หรือมีการผสมสานระหว่างการเป็นผู้ผลิตเองในขณะที่รับจ้างผลิตสินค้าให้ผู้อื่นด้วย เป็นต้น เพราะแต่ละธุรกิจจะมีลักษณะและรูปแบบในการดำเนินการที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นความชัดเจนของการดำเนินการและลักษณะของการทำธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องสื่อสารให้ผู้อ่านแผนเข้าใจได้อย่างถูกต้อง
 
2. ขอเป็นความลับ 
ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมักพบจากแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านนวัตกรรม เนื่องจากผู้ประกอบการมักแจ้งว่า ทรัพย์สินทางปัญญาหรือนวัตกรรมที่ใช้ในการประดิษฐ์หรือผลิตสินค้าที่ตนเองเป็นผู้คิดค้นขึ้นนั้น จะถูกลอกเลียนถ้ามีการเปิดเผยข้อมูลออกไป ไม่ว่าจะเป็นจากคู่แข่งอื่นในตลาดหรือบริษัทยักษ์ใหญ่หรือจากผู้รู้รายละเอียด ซึ่งเป็นคนของธนาคารหรือสถาบันการเงิน รวมถึงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบการเหล่านี้มักจะไม่ยอมจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ความลับทางการค้า เป็นต้น กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเนื่องจากเกรงว่าข้อมูลดังกล่าว จะเกิดการรั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอก นอกจากนี้แม้แต่ในแผนธุรกิจเองก็ไม่ระบุถึงลักษณะและรายละเอียดต่างๆ ของทรัพย์สินทางปัญญาไว้ด้วยเหตุผลเดียวกัน ทำให้เมื่ออ่านแผนธุรกิจแล้วก็จะไม่มีรายละเอียดใดๆ ที่แสดงถึงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้ว่ามีลักษณะอย่างไร เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้วรายละเอียดของทรัพย์สินทางทางปัญญานี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ ในการพิจารณาเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์และศักยภาพของธุรกิจและเมื่อสอบถามถึงรายละเอียดจากผู้ประกอบการ ก็มักจะไม่บอกถึงรายละเอียดโดยบอกว่าเป็นความลับของธุรกิจ ทำให้ผู้อ่านแผนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจหรือประเมินค่าของทรัพย์สินทางปัญญานี้ได้ รวมถึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ประกอบการกล่าวอ้างว่า คิดค้นขึ้นเอง หรือไม่มีอยู่ในตลาดนี้เป็นความจริงหรือไม่ รวมถึงจะเป็นการละเมิดของทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น ที่ได้จดทะเบียนก่อนหน้าหรือไม่

ซึ่งท้ายที่สุดก็จะถูกปฏิเสธการให้การสนับสนุนไปและผู้ประกอบการเหล่านี้ก็มักจะตำหนิว่าธนาคารหรือสถาบันการเงิน รวมถึงหน่วยงานของภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการไม่ให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการไทยที่มีนวัตกรรมหรือมีทรัพย์สินทางปัญญา โดยไม่พิจารณาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น อันเนื่องมาจากการไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของตนให้หน่วยงานเหล่านี้รับทราบนั่นเอง
 
3. ให้ทำนะทำได้ แต่อย่าให้เขียนแผนธุรกิจ 
ถือเป็นข้ออ้างหรือถือเป็นข้อจำกัดส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการในการจัดทำแผนธุรกิจ คือ บอกว่าตนเองไม่มีความสามารถในการเขียนแผนธุรกิจ แต่ตนเองมีความสามารถที่จะทำธุรกิจให้เติบโตและประสบความสำเร็จได้ ซึ่งอาจมาจากไม่มีความสามารถในการเขียนแผนธุรกิจจริงๆ หรืออาจจะไม่อยากเสียเงินในการว่าจ้างบุคคลภายนอกเขียนให้ โดยถ้าเป็นในสมัยก่อนที่แผนธุรกิจยังไม่ถือเป็นเอกสารภาคบังคับในการขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากทางธนาคารหรือสถาบันการเงินก็คงไม่เป็นไรนัก แต่ในปัจจุบันแผนธุรกิจถือเป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องจัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับตัวธุรกิจและตัวผู้ประกอบการ

ดังนั้นถ้าคิดว่าตนเองไม่มีความสามารถในการเขียนแผนธุรกิจ ก็สมควรว่าจ้างบุคคลภายนอกหรือมืออาชีพเป็นผู้ช่วยจัดทำแผนธุรกิจให้ดีกว่าที่จะเขียนแผนธุรกิจแบบขอไปที หรือไม่มีความสมบูรณ์เพียงพอมายังธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพราะจะถูกปฏิเสธได้โดยง่าย หรืออีกกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นและมักจะได้ยินบ่อยๆ ก็คือ คำพูดจากผู้ประกอบการในลักษณะ “เชื่อผมเถอะ ผมทำได้” เพราะปัจจุบันการให้เงินกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินเกือบทั้งหมด ล้วนแล้วแต่ต้องมีการจัดทำแผนธุรกิจประกอบทั้งสิ้น การยืนยันด้วยคำพูดลอยๆ ว่าตนเองมีความสามารถที่จะบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น ไม่มีธนาคารหรือสถาบันการเงินใดที่จะยอมรับ หรืออาจจะพึงระลึกถึงคำพูดนักพนันไว้คือ “ถ้าแทงลม ก็จ่ายลม” หรือจะบอกอีกอย่างหนึ่งก็คือ “ถ้ากู้ด้วยคำพูด ก็จ่ายให้ด้วยคำพูดเช่นเดียวกัน”
 
4. นักก๊อปปี้ 
บ่อยครั้งที่พบว่าแผนธุรกิจที่นำเสนอต่อธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะเป็นการคัดลอกหรือการก๊อปปี้จากแผนธุรกิจรายอื่น แล้วนำมาแก้ไขในรายละเอียดบางอย่างเป็นธุรกิจของตัวเอง เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลธุรกิจ หรือตัวเลขทางการเงิน เป็นต้น โดยแผนธุรกิจที่ใช้ในการคัดลอกหรือก๊อปปี้นี้อาจมาจากตัวอย่างแผนธุรกิจที่ใช้ในระดับอุดมศึกษา จากที่เผยแพร่ใน Website ของหน่วยงานต่างๆ เช่น ศูนย์ธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือจากสื่อบันทึกต่างๆ เช่น CD Rom ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ที่จัดทำขึ้นเผยแพร่ต่อผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยการคัดลอกหรือการก๊อปปี้แผนนี้ อาจเกิดจากการที่ผู้ประกอบการไม่มีเวลาที่จะจัดทำแผนธุรกิจขึ้นเอง หรือไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบุคคลภายนอกในการจัดทำ โดยเชื่อว่าแผนธุรกิจที่เผยแพร่จากหน่วยงาน หรือสื่อบันทึกเหล่านี้เป็นแผนธุรกิจที่ดี สามารถที่จะใช้เขียนหรือคัดลอกเพื่อนำเสนอต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ โดยไม่ได้ทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง เกี่ยวกับเนื้อหาของแผนธุรกิจที่คัดลอกมา

เนื่องจากในข้อเท็จจริงแล้วแต่ละธุรกิจจะมีข้อจำกัด หรือองค์ประกอบในการทำธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบธุรกิจ ทำเลที่ตั้ง สินค้าและบริการ เงินลงทุน หรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เป็นต้น ทำให้ในแต่ละธุรกิจจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกันหรือมีความแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะอยู่ในประเภทของธุรกิจเดียวกันก็ตาม ดังนั้นการก๊อปปี้แผนที่ไม่รู้ถึงที่มาที่ไปของธุรกิจ จะทำให้ข้อมูลในแผนธุรกิจที่จัดทำขึ้นไม่เป็นที่น่าเชื่อถือและข้อมูลบางอย่างผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงในธุรกิจ ตัวอย่าง เช่น ในแผนธุรกิจที่ทำการคัดลอกมีการลงทุน 5 ล้านบาท สามารถมียอดขาย 5 แสนบาทต่อเดือน ดังนั้นธุรกิจของตนถ้ามีการลงทุน 1 ล้านบาท ก็ควรมียอดขายประมาณ 1 แสนบาทต่อเดือน เป็นต้น โดยอาจจะมีการแก้ไขตัวเลขต่างๆ โดยการหาร 5 เป็นต้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริงเลยทางธุรกิจก็เป็นได้ เพราะข้อจำกัดที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจตามที่กล่าวมา โดยจากประสบการณ์ของผู้เขียนแล้ว แผนธุรกิจที่เผยแพร่กันโดยทั่วไป มักอยู่ในระดับปานกลางหรือบางแผนก็อยู่ต่ำกว่ามาตรฐาน มีเพียงจำนวนน้อยมากที่อยู่ในระดับดี เนื่องจากแผนธุรกิจที่ดีหรือมีมาตรฐานจริงๆ มักจะไม่มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ เนื่องจากถือได้ว่าเป็นความลับของธุรกิจ เพราะในแผนธุรกิจจะมีการระบุถึง กลยุทธ์ในการแข่งขันและการดำเนินการต่างๆ ในธุรกิจซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญ ส่วนแผนธุรกิจที่เปิดเผยอยู่นั้นอาจเป็นแผนธุรกิจที่เขียนขึ้นโดยนักศึกษา เพื่อประกอบการเรียนการสอน ในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท หรือเป็นแผนที่เขียนขึ้นในลักษณะของโครงร่างตัวอย่างเท่านั้น โดยมิได้ระบุถึงการวางแผนหรือหัวใจในการดำเนินการที่ถูกต้อง รวมถึงขนาดของแผนธุรกิจที่ยาวบ้างสั้นบ้าง ตามแต่ลักษณะหรือวัตถุประสงค์ของแผนธุรกิจที่จัดทำขึ้น แต่มิใช่ว่าการคัดลอกหรือการก๊อปปี้แผนจะทำไม่ได้หรือมิใช่สิ่งดีเสมอไป เพราะอย่างน้อยก็ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประกอบการในการจัดทำแผนธุรกิจลงได้ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือควรเลือกแผนที่ธุรกิจที่ดูดีหรือพอจะมีมาตรฐานและใกล้เคียงกับธุรกิจของตนเอง อีกทั้งควรจะมีการ C&D คือ Copy and Development ด้วย อย่าเอาแต่ C&C คือ Copy and Copy แผนเพียงอย่างเดียว
 ที่มา http://www.yesspathailand.com/บทความ-คัมภีร์บริหาร-คัมภีร์แห่งปัญญา/10-ข้อพึงระวังสำหรับการเขียนแผนธุรกิจ-ตอนที่1.html

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : [email protected]

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214