หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้ธุรกิจมุสลิมไทยโพสต์
หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | เรียนรู้อิสลาม  | ฮาลาล  | 
ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ  | ความรู้
 
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> บทความสำหรับ SME >> บทความ : อาชีพ-การทำงาน
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
 

ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมในสมัยก่อนเราเรียกกันสั้นๆ ว่า ก.ว. แต่ในปัจจุบันนี้เรามีสภาวิศวกรภายใต้พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 แล้วคำว่า ก.ว. จึงถูกเหลือไว้เป็นเพียงอดีตเท่านั้นเดี๋ยวนี้เราจึงเรียกว่า “ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม” หรือสั้นๆ ว่า “ใบประกอบวิชาชีพ”


     

 


วิศวกรรมควบคุม 
วิศวกรรมควบคุม จนถึงวันนี้มีอยู่ 5 สาขาควบคุม คือ โยธา, ไฟฟ้า (ไฟฟ้ากำลัง และไฟฟ้าสื่อสาร) เครื่องกล อุตสาหการและเหมืองแร่ การดำเนินการขยายสาขาควบคุมขณะนี้สภาวิศวกรไดัเสนอกฎกระทรวงต่อรัฐมนตรีมหาดไทยเพิ่มสาขาสิ่งแวดล้อม (เดิมขึ้นอยู่กับโยธา) และสาขาเคมี (เดิมขึ้นอยู่กับอุตสาหการ) ซึ่งจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ ขึ้นกับการเห็นชอบของรัฐมนตรี ส่วนระยะเวลาการอนุมัติ ไม่มีใครกำหนดได้อย่างเร็วที่สุดคือ 6 เดือน หรือราวเดือน เมษายน 2544
การเสนอเพิ่มสาขาขึ้นนี้เพื่อเป็นการขจัดปัญหาในระบบเดิมกล่าวคือวิศวกรสาขาสิ่งแวดล้อมไม่สามารถขอเลื่อนเป็นวุฒิวิศวกรได้ เพราะไม่ได้ทำงานโยธาเป็นหลัก เช่นเดียวกันกับวิศวกรเคมี ก็เป็นสาขาวิชาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ อุตสาหการ
ยังมีแนวโน้มว่าจะทำการเพิ่มสาขาวิศวกรรมควบคุมอีกในอนาคตเช่น วิศวกรรมสำรวจ วิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมขนส่ง ฯลฯ ซึ่งคงจะต้องค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละขั้นตอน

 

 

การปรับเปลี่ยนวิชาเรียน
ก.ว. เดิม ได้กำหนดวีชาที่เรียนเป็น 9 กลุ่ม กลุ่มที่ 1-4 ต้องได้ไม่ต่ำกว่า C รวม 18 หน่วยโดยต้องครบทั้ง 4 กลุ่มและรวมกลุ่ม 1-9 ได้ไม้ต่ำกว่า C รวม 39 หน่วย จึงจะสามารถได้ใบประกอบวิชาชีพภาคีวิศวกรวุฒิตรง
กรณีที่กลุ่ม 1-4 ได้ 12 หน่วย และรวมกลุ่ม 1-9 ได้ 27 หน่วยจะได้ใบประกอบวิชาชีพภาคีวิศวกร วุฒิเทียบ
สำหรับ อสบ. และคอบ. ในทุกกรณีจะได้วุฒิเทียบ
การไดัวุฒิเทียบมีศักดิ์ และสิทธิเท่ากับวุฒิตรงเพียงแต่มีการบันทึกใบประวัติและเมื่อขอเลื่อนขั้นเป็นสามัญวิศวกร จะถูกทดสอบ "วิชาการ" เพิ่มจากวุฒิตรง หรือกล่าวคือการเลื่อนขั้นกระทำได้ลำบากขึ้นการกำหนดไว้เช่นนี้ของ ก.ว. เดิมจะไม่ค่อยมีปัญหาสำหรับพวกขยันเรียน และเรียนเก่ง ๆเพราะอย่างไรก็ได้ Grade สูงกว่า C แต่สำหรับพวกเรียนดีเพียงบางเวลาก็จะหลุดไปได้วุฒิเทียบซึ่งบางครั้งพูดกันว่า พวกที่ได้ D ในมหาวทยาลัยดังๆ เก่งกว่าพวกได้ A ในมหาวิทยาลัยเอกชน หลาย ๆ แห่ง
สภาวิศวกรได้ทำการปรับปรุงรูปแบบวิชาเรียนใหม่ให้ง่ายขึ้นเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ
กลุ่มแรก “พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์” 15 หน่วยกิต ไดัแก่ คณิตศาสตร์, ฟิสิกส์ และ/หรือ เคมี โดยถือเกณฑ์ D ให้ผ่านได้
กลุ่มสอง “พื้นฐานทางวิศวกรรม” 18 หน่วยกิต (อย่างนัอย 6 วิชา)
กลุ่มสาม “วิชาเฉพาะทางวิศวกรรม” 12 หน่วยกิต (อย่างน้อย 4 วิชา)

สำหรับกลุ่มสอง และสาม เกณฑ์ผ่าน คือ C โดยสภากำหนดวิชาไว้ให้เลือกเรียนกลุ่มละ 10-14 วิชา
ภาพโดยรวมของข้อกำหนดใหม่ดูคล่องตัวขึ้นนักศึกษาสามารถเลือกวิชาเรียนได้ตามชอบใจคนเรียนเก่งก็สามารถลงเรียนจำนวนตามกำหนดก็พอเเล้วใช้หนวยกิตที่เหลือไปเรียนวิชาอื่นๆที่ตนเองสนใจ คนเรียนไม่เก่งอาจต้องลงเผื่อ 1-3 วิชเพื่อกันพลาดทางมหาวทยาลัยเองก็สามารถปรับหลักสูตรของตนเองไปตามแนวทางเป้าหมายของตนเองโดยไม่ต้องผูกติดกับฑยชื่อวิชาของ ก.ว. เดิม

การขอใบประกอบวิชาชีพภาคีวิศวกร
ปัจจุบันการเรียนในสาขาวิศวกรรมค่อนข้างจะเปิดกว้างทั่วประเทศทั้งมีมหาวิทยาลัยเอกชนเพิ่มขึ้นอีกมากมาย สภาวิศวกรก็ยังได้เปิดวิชาเรียนให้กว้างขวางมากขึ้นดังนั้นเมื่อจะทำการขอใบประกอบวิชาชีพระดับภาคีวิศวกรจะต้องผ่านการอบรมและทดสอบจากสภาวิศวกรในดัาน จรรยาบรรณ ความปลอดภัย กฎหมายท้องถิ่นเกี่ยวกับงานวิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และทักษะวิศวกรรมโดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการ สำหรับผู้จบการศึกษา ในปี 2544
ในส่วนของวิชาเรียนตามเกณฑ์ใหญ่นั้นจะเริ่มใช้สำหรับผู้เริ่มเข้าเรียนปี 2544 สาหรับผู้ที่จบการศึกษาไปแล้ว หรือที่กำลังเรียนอยู่ขณะนี้ยังคงจะใช้เกณฑ์วิชาเรียนตาม ก.ว. เดิมแต่หากคิดว่าเกณฑ์ใหญ่ของสภาวิศวกรเป็นประโยชน์มากกว่าสภาวิศวกรจะไดัพิจารณาปัญหาทางกฎหมายหากไม่ติดขัดอะไรก็จะเปิดให้ใช้เกณฑ์ใหม่เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อไป

การขอใบประกอบวิชาชีพระดับสามัญวิศวกร
เมื่อเป็นภาคีวิศวกรแล้ว 3 ปี สามารถทำการยื่นผลงานที่ทำเพื่อให้สภาวิศวกรพิจารณา และเข้ารับการ
อบรมและทดสอบ “มาตรฐานการปฏิบัติงานวิศวกรรม” ตัวอย่าง สำหรับวิศวกรไฟฟ้ากำลัง เช่น มาตรฐานงานติดตั้งไฟฟ้าแห่งประเทศไทย มาตรฐานป้องกันฟ้าผ่าภายนอกอาคาร เป็นต้น หลังจากนั้นจึงจะสัมภาษณ์เพียงเพื่อซักถามถึงผลงานที่ทำและปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้นโดย ไม่ทดสอบความรู้ปากเปล่า 
สำหรับภาคีวิศวกรวุฒิเทียบยังคงต้องเป็นตามเกณฑ์เดิม คือต้องผ่านการทดสอบความรู้ทางวิชาการเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดข้างต้นการดำเนินการคาดว่าจะเริ่มในปี 2544

การขอใบประกอบวิชาชีพระดับวุฒิวิศวกร
เกณฑ์เดิมของ ก.ว. กำหนดไว้ว่าเมื่อเป็นสามัญวิศวกรครบ 5 ปี จะสามารถขอสอบเพื่อเลื่อนขั้นได้ หรือครบ 7ปี จะยื่นขอเลื่อนขั้นได้
สภาวิศวกรได้กำหนดเกณฑ์ใหม่เป็นเมื่อครบ 5 ปี สามารถรวบรวมผลงานยื่นขอเลื่อนขั้นได้โดยจะมีกรรมการทดสอบความรู้การทำงานและสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาเลื่อนขั้น 

การรักษาสถานะของใบประกอบวิชาชีพ
การรักษาสถานะของใบประกอบวิชาชีพจะต้องรักษาสมาชิกภาพของสภาวิศวกรดัวยโดยหากหลุดจากการเป็นสมาชิกหรือปล่อยให้บัตรสมาชิกหมดอายุก็ถือว่าใบประกอบวิชาชีพหลุดไปทันทีเราต้องดำเนินการต่างๆดังนี้
ก) รักษาสมาชิกภาพโดยต่ออายุบัตรสมาชิกทุกปี ค่าใช้จ่าย ปีละ 200 บาท ทั้งนี้สภาจะนำเงินไปใช้เพื่อการส่งข่าวสารการบริการให้แก่สมาชิก
ข) ต่ออายุใบประกอบวิชาชีพ ทุก 5 ปี ค่าต่ออายุครั้งละ 500 บาท (ภาคีวิศวกร) 1,000 บาท (สามัญวิศวกร) และ 1,500 บาท (วุฒิวิศวกร) ระวังอย่าให้ใบประกอบวิชาชีพหมดอายุ เพราะจะต้องเสียค่าปรับเพิ่มอีก 2,000 บาทในทุกระดับ
ค) การขอใบอนุญาตมีค่าใช้จ่ายคือ 1,000 บาศ (ภาคีวิศวกร) 3,500 บาท (สามัญวิศวกร) และ 5,000 บาท (วุฒิวิศวกร)

APEC Engineer
จากเกณฑ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่าเมื่อจบการศึกษาแล้วทำงานในสาขาวิศวกรรมควบคุมเป็นเวลา 7 ปี จะสามารถได้วุฒิวิศวกรซึ่งจะสอดคล้องกัน ระยะเวลาที่กำหนดใน APEC ที่กำหนดไว้ว่าต้องทำงาน 7 ปี โดยรวมระยะเวลา 2 ปี ที่ด้องทำงานในประเทศที่ยื่นขอใบอนุญาตดังนั้นเกณฑ์ต่างๆ ที่สภาวิศวกรวางไว้ใหม่จะปูแนวทางรองรับใหัวิศวกรต่างประเทศที่จะขออนุญาตทำงานในประเทศไทยต้องผ่านการทดสอบความรู้ต่างๆ เช่นความปลอดภัย, กฎหมายเกี่ยวกับงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการปฏิบัติงานวิศวกรรมซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายนักที่วิศวกรต่างชาติจะผ่านการทดสอบต่างๆ ได้โดยที่ไม่มีเรื่องของภาษาหรือวัฒนธรรมเป็นเครื่องกีดกันพวกเขาในขณะที่วิศวกรที่มีคุณภาพของเราสามารถทดสอบผ่านไปได้โดยไม่ยากลำบากนัก
ใบประกอบวิชาชีพ จะมีความหมายมากสำหรับวิศวกรที่ต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ การก่อสร้าง การควบคุมงาน เพื่อความปลอดภัยต่อสาธารณชน เพื่อการป้องกันความมั่นคงของข้อมูลของประเทศหลายๆ หน่วยงาน ทั้งในราชการและเอกชน ใบประกอบวิชาชีพจะมีความหมายถึงเรื่องของเงินเพิ่มพิเศษ และตำแหน่งของงานที่กำหนดเช่นหัวหน้าแผนกหัวหน้ากองงานหรืออธิบดีกรมต่างๆ ในส่วนงานที่เกี่ยวกับงานวิศวกรรมด้วย
ใบประกอบวิชาชีพจะไม่มีความหมายใด ๆ กับวิศวกรที่ทำงานด้านอื่นๆ เช่น วิศวกรขาย วิศวกรที่รับเหมางานเล็กๆ ที่ไม่เข้าข่ายควบคุมแต่เมื่อเรียนจบเป็นวิศวกรอย่างน้อยต้องให้ได้ใบประกอบวิชาชีพระดับภาคี เพื่อรองรับการเติบโตของตนเองในอนาคตว่าจะเดินไปในแนวทางใดแน่
ใบประกอบวิชาชีพเป็นเพียงกระดาษใบหนึ่งเท่านั้นที่ใช้อ้างอิงว่าเราน่าจะมีความสามารถทำงานวิศวกรรมนั้นๆ ได้แต่ไม่ได้ หมายถึงว่า เราเป็นวิศวกรที่เชี่ยวชาญงานด้านนั้นๆ จริงๆ ผู้ที่จะรู้ได้คือตัวของเราการแสดงจะผ่านออกมาทางผลงานต่างๆ ผู้ที่จะทำให้ตัวของเราเก่งก็คือตัวของเราเท่านั้นที่จะขยันทำงานเพื่อให้ได้พบปัญหามากๆ เพื่อเรียนรู้งานและการหาแนวทางแก้ปัญหาการขยันศึกษาหาความรู้ทางด้านต่าง ๆเพิ่มเติมโดยไม่หยุดหย่อน อย่าให้ใบประกอบวิชาชีพระดับสามัญหรือระดับวุฒวิศวกรเป็นสิ่งที่หยุดการพัฒนาการของพวกเราเหล่าวิศวกรที่ดีของชาติ

ที่มา http://www.kmitl.com/article.php?articlecat=5&articleid=5

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : [email protected]

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214