หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้ธุรกิจมุสลิมไทยโพสต์
หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | 
แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ
 
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> บทความสำหรับ SME >> บทความ : อาชีพ-การทำงาน
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
โค้ช เพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ
 

บนกระแสของการแข่งขันทางธุรกิจที่รุ่นแรงขึ้นในยุคปัจจุบัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างหันหน้ามาคิดถึงกลยุทธ์ต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นที่จะห้ำหั่นคู่ต่อสู้ให้แหลกลาญกันไปข้างใดข้างหนึ่ง เช่น บางคนมองในเรื่องของกลยุทธ์ด้านราคา ก็ตั้งหน้าตั้งตาเข้าตลาดด้วยราคาที่ต่ำ โดยหวังที่จะช่วงชิงพลังการซื้อจากลุ่มลูกค้าจำนวนมาก หรือบางคนเองก็มุ่งเน้นที่จะเพิ่มจำนวนพนักงาน โดยหวังว่าจะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น หรือแม้นแต่บางคนก็เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหน้าร้าน เพิ่มวิธีการจัดจำหน่าย ต่างมุงหวังที่จะทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงสินค้าของตนเอง เป็นการเพิ่มโอกาสทางการขายให้ธุรกิจของตนเอง ซึ่งก็เป็นการที่ดีที่ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจต่าง ๆ จะมีแนวคิดเช่นนี้ แต่ในสภาพของความเป็นจริงจะมีนักธุรกิจกี่รายที่กำลังเดินมาบนเส้นทางที่ถูกต้อง

 
 

 


ความสำเร็จที่แท้จริงมาจากเป้าหมายหรือกระบวนการ
เมื่อไม่กี่ปีมานี้กระแสของการวัดผลทางธุรกิจนั้นเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของดัชนีวัดต่าง ๆ ที่มีออกมามากมายในหลาย ๆ เวอร์ชั่น จนบางครั้งก็ทำให้ผู้ที่ทำงานอยู่นั้นถึงกลับปวดมองและไม่ต้องทำอะไรนอกจากเตรียมการที่จะประเมิน บางรายวัดประเมินผลตัวเองนั้นไม่เพียงพอ ต้องไปดูสังคมรอบข้างที่หลายคนนั้นออกเสียงเรียกอย่างสวยหรูว่า Benchmarking ยิ่งกรรมวิธีมากเท่าไหร่ ความงุนงงที่จะทำให้ตนเองบรรลุป้าหมายที่ว่างไว้ คือ ดังชีที่ใช้ชีวิดถึงความสำเร็จหรือความไม่สำเร็จ (ก็ไม่มั่นใจ) จึงทำให้นักธุรกิจหลายรายนั้น ต้องมุมหน้าไปหาความช่วยเหลือกับที่ปรึกษา ให้เป็นตัวช่วยที่สำคัญมาช่วยในการแก้ไขปัญหา (หรือบางครั้งอาจเป็นการเพิ่มปัญหา) สาเหตุที่เป็นเช่นนี่เพราะ ที่ปรึกษาจะไม่ลงไปคลุกกับปัญหาแย่างแท้จริงเหมือนเช่นผู้ปฏิบัติที่ต้องอยู่อยู่หน้างานตลอดเวลา วิธีการที่ให้คำปรึกษาออกมาในแนวางที่เป็นการชี้นำให้ไปแก้ปัญหา แต่แท้จริงสิ่งที่นักธุรกิจมีความต้องการคือ กระบวนการที่ลึกซึ้งกว่านั้น ณุ้จริงที่มากกว่าในการแก้ปัญหา คือ...กระบวนการโค้ช!

การบริหารงานในปัจจุบันจึงมีความต้องการอย่างถึงแก่นแท้ของการทำงานในทุกกระบวนการ และในธุรกิจที่สำคัญต้องเข้าใจถึงกระแสต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และเลือกกระแสที่เราจะเข้าไปมีส่วนร่วม ไม่ใช่ว่ากระแสหรือแนวโน้มอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น ตนเองก็จามไปย่างไม่ลืมหู ลืมตา ทำให้ต้นทุนที่จะต่ำลงก็กลายเป็นสูงขึ้นอย่างน่าเสียดาย สาเกตุที่เป็นเช่นนี้เพราะในหลายภาคส่วนนั้นต้องการความสำเร็จที่เป็นเป้าหมาย เช่น มียอกขายเท่านั้น เท่านี้ พนักงานผ่านการอบรมกี่วันต่อปี หรือปริมาณการลดของเสียลงไปเท่าไหร่ในหนึ่งปี เป็นต้น แรงกดดันทางการทำงานจึงเร่งที่จะสร้างเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม จึงทำให้ขาดการคำนึงถึงความยั่งยืนที่แท้จริง ที่ทำให้ได้ผลลัพธ์มานั้นคือ "กระบวนการ"

กระบวนการที่แท้จริงของการทำงานจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะนำมาพิจารณามากกว่าการเร่งที่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว เพราะเป้าหมายคือผลลัพธ์ของกระบวนการ ดังนั้นถ้ากระบวนการที่ดีย่อมส่งผลให้ได้เป้าหมายที่ดีด้วย แต่ในทางกลับกันถ้าถ้าความหวังถึงเป้าหมายที่ดี ไม่ได้หวังว่าวิธีการหรือกระบวนการนั้นได้มาอย่างถูกต้อง เช่น ถ้าจะยกตัวอย่างของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ถ้านักศึกษานั้นมีความตั้งใจที่จะเรียน ผลการสอบก็จะออกมาดี แต่มีเด็กนักเรียนหลายคนที่ได้ผลสอบที่ดีได้แต่ไม่ได้มาด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง เช่น การลอกข้อสอบบ้าง เป็นต้น ถึงแม้จะเรียนจบเหมือนกันแต่ความรู้ความสามารถที่แท้จริงก็จะมีความแตกต่างกัน กระบวนการยังเป็นที่มาของจริยธรรม นั้นหมายถึงกระบวนการที่ดีย่อมมีชัยชนะที่ขาวสะอาดนั้นเอง แต่เป้าหมายนั้นไม่ได้เป็นที่มาของจริยธรรม ในบางครั้งอาจจะทำให้องค์กรของเรานั้นทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ บางรายทำในสิ่งที่ขัดต่อความรับผิดชอบทางสังคม ดังที่หลายคนนั้นเรียกกันค่อนข้างหนาหูในยุคปัจจุบันว่า Circorate Sosial Responsinility (CSR) ซึ่งบางส่วนในข้อกำหนดของ CSR คือการรับผิดชอบที่มีต่อลูกค้า การรับผิดชอบต่อสังคม การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ผลที่ตามมาก็คือนำมาซึ่งความไม่ยั้งยืน ทางธุรกิจนั้น ๆ จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ธุรกิจหลายประเภทต้องไปไม่ถึงดวงดาว ประสบปัญหาต่าง ๆ หรืออาจต้องปิดตัวลง ด้วยเหตุผลข้างต้น

 

 


ถึงยุคทื่ธุรกิจต้องการโค้ช 
ว่า "โค้ชทางธุรกิจ" นั้นอาจจะใหม่สำหรับบริบทแบบไทย ทั้งที่พวกเราอาจจะคุ้นหูกับคำว่า "โค้ช" มาในหลาย ๆ สาขาอาชีพมาก่อน โดยเฉพาะนักกีฬา เช่น โค้ชฟุตบอล เป็นต้น แต่ในทางธุรกิจนั้น หลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าธุรกิจต้องการโค้ชด้วยหรือ ไม่ใช่กีฬาน่ะ! แท้ที่จริงแล้วถ้าใช้การแข่งขันกีฬาเป็นเกณฑ์ก็จะตั้งข้อสังเกตได้ได้ว่าในเกมกีฬานั้น โค้ชมีความสำคัญมาก เป็นผู้ที่อ่านเกมออกทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ แต่หลักสำคัญคือต้องถ่ายทอดให้ผู้เล่นเข้าใจมีความเชื่อร่วมกัน และผู้เล่นต้องนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับสาเหตุหลักๆในธุรกิจที่มีความต้องการโค้ชนั้น มีอยู่ด้วยกัน7ประเด็นหลักๆซึ่งสามารถที่จะอธิบายได้ดังต่อไปนี้

1) สภาพการแข่งขันที่สูงขึ้น (Increased Competition)จากสภาพการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้นทำให้กลไกของการทำงานหรือการบริหารงานนั้นมีความซับซ้อนขึ้นในทุกมิติของการบริหารตั้งแต่มิติที่เป็นแนวนอนอันประกอบไปด้วยสภาพของการแข่งขันของสินค้าในระดับเดียวกัน มีสินค้าทดแทนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก หรือมิติเชิงลึก ซึ่งประกอบไปด้วยสินค้าการออกสินค้าเดียวกันแต่มีทางเลือกให้กับผู้ซื้อเพิ่มมากขึ้น เช่น มีขนาดต่างๆมากมาย...
2) โครงสร้างแบบขนาน(Flatter Organization)แนวการบริหารยุคใหม่ ผู้บริหารระดับสูงจะลงมาสัมผัสงานโดยตรงมากขึ้นตัวอย่างที่พบเห็นบ่อย เช่นการที่ผู้จัดการธนาคารนั้นลงมาสัมผัสกับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ข้อดี คือทำให้ผู้บริหารนั้นรับรู้ถึงปัญหาต่างๆในองค์กรได้รวดเร็วขึ้น แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ข้อเสียคือเมื่อองค์กรนั้นมีขนาดใหญ่มากขึ้นมีจำนวนพนักงานที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับก็จะเป็นเหตุให้ผู้บริหารไม่สามารถที่จะทำงานได้ทัน ทำให้เกิดภาวะหน่วงขึ้นในการทำงาน
3) การปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง(Continual Changes)ในสภาพของธุรกิจที่มีการแข่งขันรุนแรงและรวดเร็วนั้น ทำให้ทุกธุรกิจต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลง เพราะยิ่งช้าไปเท่าไหร่ ก็จะส่งผลให้ตนเองนั้นเสียเปรียบคู่แข่งขันเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น การมีโค้ชทางธุรกิจจึงเป็นเหมือนกุญแจที่สำคัญที่จะปลดล๊อคต่างๆในการทำงานให้ทันท่วงทีเพิ่มมากขึ้น
4) เพิ่มผลผลิตด้วยจำนวนคนที่น้อยลง(Do more with less)ในยุคปัจจุบันนั้นธุรกิจต่างๆคอยควบคุมปริมาณจำนวนพนักงานโดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น หรืออาจจะกล่าวได้ว่ามุ่งประเด็นไปที่คุณภาพของพนักงานมากกว่าการมีพนักงานจำนวนมากแต่ไร้ซึ่งความสามารถ กระบวนการของการโค้ช จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้เข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น
5) สร้าง “ตน”ให้เป็นมืออาชีพ ในองค์กรนั้นเป็นองค์ที่มีพนักงานที่มีความสามารถเพียงพอแต่จะทำอย่างไรที่จะรักษาคนเหล่านี้ให้มีความสามารถต่อไปเพราะในหลายองค์กรนั้นต้องสูญเสียความอัจฉริยะของพนักงานเมื่อเวลาเปลี่ยนไป จึงเป็นหน้าที่หลักขององค์กรนั้นจะเสริมสร้างทีมงานให้เป็นผู้ที่เป็นมืออาชีพในการทำงานมีความเป็นมาตรฐานให้ธุรกิจ
6) คนต้องการสำรวจตนเองเพื่อการพัฒนา(Feedback to lmprove)ในสภาพของการทำงานนั้นมีพนักงานหลายคน มีผลงานในการทำงานดี แต่ตนเองนั้นไม่เคยทราบถึงจุดดี และจุดเด่นของตนเอง เป็นเหตุให้ขาดการพัฒนาหรือการสนับสนุนจากองค์กรอย่างน่าเสียดาย ด้วยเหตุที่ว่า ไม่มีใครบ่งชี้ได้ชัดเจนที่ว่า พนักงานผู้นั้นมีความเหมาะสมที่จะได้รับการพัฒนาหรือไม่
7) คนต้องการแรงกระตุ้นเพื่อการปฏิบัติงาน ในหลักจิตวิทยาการบริหารนั้น เมื่อคนเราทำงานไปได้ระยะหนึ่ง พลังในการขับเคลื่อนก็จะลดลง และลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนเองนั้น ต้องคอยเสริมเพิ่มพลังของตนเอง เพื่อผลักดันกระบวนการต่างๆให้ขับเคลื่อนต่อไปจนบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ กลไกการมีโค้ช จึงเป็นกลไกที่สำคัญในการถูกนำมาใช้เพื่อสร้างแรงกระตุ้นการปฏิบัติงาน

จากเหตุผลข้างต้นจึงทำให้กระบวนการของการแก้ไขในองค์กรในประทศใหญ่ๆ เช่นอเมริกาจึงใช้กลไกของการโค้ชเข้ามาเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กร มีการใช้ทั้งโค้ชภายนอกและภายในเวลาเดียวกันก็มีการสร้างโค้ชภายในควบคู่กันไป เป็นเสมือนแรงผลักดันทั้งภายใน ภายนอก ส่งผลในการเพิ่มผลผลิตและยกระดับของประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรได้ สำหรับข้อแตกต่างของคำว่า หัวหน้า กับ โค้ชนั้น จะเห็นว่ามีกระบวนการหรือแนวคิดที่แตกต่างกันถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะออกมาแล้วคล้ายคลึงกันก็ตาม เช่น หัวหน้า จะมีหน้าที่หลักๆในการขับเคลื่อนหรือผลักดันให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรม แต่โค้ชนั้นจะเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนหรือยกระดับการทำงานให้ดีขึ้น


หัวหน้า จะเลือกใช้วิธีที่จะสั่งการหรือการบอกกล่าวเมื่อต้องการให้ได้ผลลัพธ์ออกมาซึ่งแตกต่างจากกระบวนการของการโค้ชจะใช้วิธีการของการซักถามหรือชักชวนให้ผู้ที่ถูกโค้ชมีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นๆ

หัวหน้า จะใช้วิธีการรู้ถึงผลลัพธ์ที่เป็นคำตอบ แต่โค้ชจะมุ่งเน้นถึงกระบวนการการค้นหาคำตอบ

หัวหน้า จะใช้วิธีการของการสร้างความกังวลหรือความกลัวของทีมงานที่จะนำมาถึงผลสำเร็จ แต่โค้ชจะใช้วิธีการที่จะนำเป้าประสงค์ทำให้เกิดข้อตกลงในการทำงาน

หัวหน้า จะมุ่งเน้นไปที่ ผลลัพธ์ซึ่งโค้ชนั้นจะมุ่งเน้นไปที่กระบวนการให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์

หัวหน้า มีความต้องการปริมาณผลงานที่มากๆจากทีมงาน ซึ่งแตกต่างจากโค้ชที่จะเฟ้นสิ่งที่ดีที่สุดจากทีมงาน

หัวหน้า ส่วนใหญ่จะเลือกวิธีของการมอบหมายงานให้ผู้อื่น ที่บางครั้งจะดูเหมือนผู้นั้นจะกลายเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในการทำงานถ้าไม่สามารถที่จะทำได้หรือมีความผิดพลาดเกิดขึ้นซึ่งแตกต่างจากโค้ช ที่จะใช้วิธีการสนับสนุนหรืออุปถัมภ์ให้ทีมงานนั้นบรรลุเป้าหมายร่วมกัน


กระบวนการของการพัฒนาศักย์ภาพทางธุรกิจนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน กลไกต่างๆนั้นมีความสลับซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ตัวช่วยต่างๆกลายเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันเพื่อที่จะปกปิดถึงจุดอ่อนของตนเอง เรียกได้ว่าเป็นการ “กำจัดจุดอ่อน”ดังนั้นความสำคัญจึงอยู่ที่ว่าองค์กรใดหรือผู้บริหารท่านใด จะมองเห็นวิสัยทัศน์ได้ชัดเจนถึงแนวทางการปิดจุดอ่อนขององค์กรและทีมงานได้ขนาดไหน ซึ่งในความเป็นจริงนั้นอาจจะมองได้ชัดบ้าง คลุมเครือบ้าง แต่ก็ยังดีที่มีการสำรวจองค์กรของตนเองอย่างเป็นรูปธรรมและยอมรับสภาพของตนเอง เมื่อเข้าใจแล้วต้องมีความจริงจังและจริงใจที่จะเร่งไม้เร่งมือแก้ไข เสริมสร้างกระบวนการที่เข้มแข็งนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนที่แท้จริงทางธุรกิจ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ใช่คอยพร่ำบ่นอยู่เสมอๆว่า “รู้แล้วน่า...กำลังจะเริ่มต้นแก้ไข”เป็นอย่างนี้อยู่ร่ำไป ก็ขอให้พึงรับรู้ว่า ถ้าใช้ตำว่า”กำลัง”ก็คงอีกนานที่จะเห็นผลสัมฤทธิ์ เพราะถ้าไม่เริ่มต้นซะตอนนี้ คงต้องรอผลสำเร็จไปซักชาติหน้า ตอนบ่ายแก่ๆเป็นแน่ เฮอ!ตูละกลุ้ม ฝากไว้ให้คิดและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ....
ที่มา http://www.kmitl.com/article.php?articlecat=5&articleid=45

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214