หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้ธุรกิจมุสลิมไทยโพสต์
หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | 
แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ
 
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> แฟรนไชส์ >> ความรู้พื้นฐานของธุรกิจแฟรนไชส์
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
คุณสมบัติของธุรกิจที่จะพัฒนาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์

18 คุณสมบัติของธุรกิจที่จะพัฒนาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์


 
การตรวจสอบคุณสมบัติของธุรกิจอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเป็นไปได้ก่อนที่คุณจะเข้าสู่ขั้นตอนในการสร้างระบบแฟรนไชส์ (Franchise) ขอให้คุณตรวจสอบคุณสมบัติของการเป็นแฟรนไชส์ (Franchise) โดยละเอียดอีกครั้ง และทดสอบให้แน่ใจอย่างที่สุดว่า ธุรกิจของคุณมีความเป็นไปได้และถ้าหากคุณขาดคุณสมบัติข้อใดไป ก็ขอให้คุณปรับปรุงแก้ไขเพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งของธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) ของคุณ

สำหรับแฟรนไชส์ (Franchise) ที่สดใสของคุณในอนาคต คุณจงอย่าดื้อรั้น คิดว่าขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่เป็นไร เพราะไม่มีใครเพอร์เฟคที่จะทำได้ทุกข้อหรือคิดว่ากว่าจะทำให้มีคุณสมบัติครบถ้วนคงต่องใช้เวลานานเกินไป ไม่ทันเกมส์การแข่งขันและโอกาสดีๆ จะหลุดลอย ขอให้คุณลองไตร่ตรองถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการเสียเวลาที่ต้องกลับมาแก้ไขภายหลัง รวมทั้งการสูญเสียภาพพจน์และชื่อเสียงจากแฟรนไชส์ที่ผิดหวังบอกต่อๆ กันไป จนกระทั่งบานปลายจนเป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ 
 
คุณต้องยอมรับความจริงว่าแฟรนไชส์ (Franchise) ในไทยขาดความยั่งยืนเพราะปราศจากรากฐานที่แข็งแกร่ง แต่ถ้าในกรณีที่คุณใจร้อนรอไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้คุณตั้งมั่นแก้ไขในจุดที่คุณยังอ่อนอยู่และมีระยะเวลาที่ชัดเจนว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ เช็คลิสท์ 18 ข้อนี้ จะช่วยให้คุณได้ทบทวนตัวเองอย่างรอบคอบและเป็นหนทางที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ

1. คุณเป็นผู้ชำนาญเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นยาวนานกว่า 5 ปี 
มีความรอบรู้ในปัญหาจากการดำเนินธุรกิจมากพอ ที่จะให้การปรึกษาแก่แฟรนไชซี่ได้เป็นอย่างดีความช่ำชองในธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดที่ต้องมีแฟรนไชส์ หลายรายที่มีอายุธุรกิจเพียง 1-2 ปี ก็เปิดขายแฟรนไชส์แล้ว คุณคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ?

พวกเขาผ่านปัญหาในการดำเนินธุรกิจมาหลายรูปแบบ ? แล้วหรือยัง พวกเขาจะบอกวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องและได้ผลกับแฟรนไชซี่ได้หรือไม่ ?

มีแฟรนไชส์ (Franchise) ที่มาจากต่างประเทศหลายรายที่ซื้อแฟรนไชส์ (Franchise) มาและมั่นใจมากว่า ระบบธุรกิจของผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศหลายรายที่ซื้อแฟรนไชส์ (Franchise) มาและมั่นใจมากว่า ระบบธุรกิจของผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศที่ทำมาแล้วนานนับสิบๆ ปี จะทำให้ประสบความสำเร็จในไทย เขาจึงทำตัวเองเป็นเพียงเซ็นเตอร์ในการติดต่อโดยไม่มีร้านของตัวเองที่เปิดขึ้นในไทยเลยหรือมีก็เพียง 1 แห่ง แน่นอนเขาขาดประสบการณ์รายละเอียดในการดำเนินงานและความรู้เรื่องตลาดและพฤติกรรมในประเทศไทย แต่ในทางตรงกันข้ามบริษัทยักษ์ใหญ่ แม้แต่ 7-อีเลฟเว่นหรือแฟมิลี่มาร์ทเอง กว่าที่เขาจะขายแฟรนไชส์ (Franchise) เขาเปิดร้านสาขาของเขาเองนำร่องไปก่อนหลายสิบแห่งทีเดียว ยิ่งคุณมีอายุในวงการธุรกิจมากเท่าไหร่ ความเป็นไปได้ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จของคุณก็สูงขึ้นมากเท่านั้น

2. ธุรกิจของคุณเปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 4-5 แห่ง
ซึ่งถ้าคุณมีร้านที่เปิดขึ้นมาแล้ว คุณจะมีตัวเลขประมาณรายได้ ค่าใช้จ่ายและผลกำไร ที่คุณจะแสดงต่อแฟรนไชซี่ของคุณให้มั่นใจในแผนการดำเนินการบริหารร้านที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ แต่ถ้าคุณมีร้านที่เปิดขึ้นน้อยเกินไป ข้อมูลความรู้ในการดำเนินธุรกิจของคุณก็มีน้อยเกินไปด้วย คุณคิดว่าจะดีกว่าหรือไม่ ที่ร้านของคุณมีเปิดขึ้นมาแล้วสัก 4-5 แห่ง เพื่อทำให้คุณมีความแม่นยำในระบบการจัดการธุรกิจ โดยมีข้อมูลที่ชี้เป็นตัวเลข ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ไม่มีใครจะสามารถมาโต้แย้งตัวเลขที่เกิดจากข้อเท็จจริงนี้ได้ แม้แต่ตัวคุณเอง ก็จะเป็นทางการเงินและการจัดการได้อย่างอัตโนมัติ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ก่อนจะประกาศขายแฟรนไชส์ (Franchise) ออกไปนั้น หมายถึงว่าคุณมีร้านต้นแบบที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว

3. ร้านของคุณที่เปิดขึ้นนั้นอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกัน
แม้คุณอาจจะมีร้าน 4-5 แห่ง ที่เปิดขึ้นมาแล้วแต่ถ้ามันอยู่เฉพาะในเขตนั้นที่ใกล้เคียงกัน มันก็จะยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ความเป็นไปได้ของรูปแบบธุรกิจคุณ

สมมติว่าคุณมีร้านอาหารสไตล์ยุโรป คุณคิดว่าในเขตพื้นที่อื่น จะมีพฤติกรรมยอมรับรสชาติของอาหารและราคาในรูปแบบเดียวกันหรือไม่?

แต่ถ้าร้านคุณเปิดในพื้นที่แตกต่างกันแล้วละก็ คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีปัญหาที่แตกต่างกันมากมาย ซึ่งจะช่วยให้คุณมีทักษะในการหามาตรการบริหาร้านที่อยู่ในกลุ่มของชุมชนที่ไม่เหมือนกันและสิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องการยอมรับของตลาด ขนาดของตลาด การมีร้านในเขตที่แตกต่างจะทำให้คุณมีรายงานทางการตลาดที่ดีกว่า ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าและบริการของคุณเป็นที่ยอมรับในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันหรือไม่

4. ร้านที่คุณเปิดขึ้นนั้นพิสูจน์แล้วว่าทำกำไรได้?
ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายก็คือ ตัวเลขที่แสดงผลกำไรที่เป็นจุดที่ต้องโฟกัสเป็นอันดับแรก ถ้าผลของการคำนวณร้านของคุณไม่สามารถทำกำไรได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะนำระบบที่ไม่ประสบความสำเร็จนี้ไปขายให้คนอื่นนั้นถ้าธุรกิจของคุณยังไม่ทำกำไร คุณอย่าฝ่าฝืนหลักการสำคัญในข้อนี้เป็นอันขาด เพราะธุรกิจของคุณไม่มีความเป็นไปได้ที่จะระบบแฟรนไชส์ (Franchise)

5. สินค้าและบริการของคุณมีตราหรือชื่อ เป็นที่รู้จักในตลาดแล้ว
ถ้าใช่ มีความเป็นไปได้ที่คุณจะประสบความสำเร็จในการทำระบบแฟรนไชส์ (Franchise) แต่ถ้าคุณยอมรับว่าสินค้าและบริการของคุณยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดหรือยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการ คุณก็จะต้องแก้ไขหากลยุทธ์ แก้ความบกพร่องในเรื่องนี้ เพื่อเสริมสร้างความเป็นไปได้ในการสร้างระบบแฟรนไชส์ (Franchise) ที่ได้ผล มันไม่ยุติธรรมเลยถ้าคุณไม่เคยลงทุนโปรโมทแบรนด์ของคุณมาก่อนหรือทำน้อยไป แต่คุณต้องเรียกเก็บค่าแฟรนไชส์ฟี จากผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์(Franchise) ของคุณ

ถึงแม้ว่าคุณสามารถขายแฟรนไชส์ได้เงินมา แต่แบรนด์ไม่เป็นที่รู้จักก็ไม่สามารถจูงใจคนเข้ามาซื้อสินค้าได้ทันที ในทางตรงกันข้าม ถ้าแบรนด์ของคุณเป็นที่ยอมรับในตลาดแล้วและถ้าร้านของคุณเปิดขึ้นมาเมื่อไหร่ในที่ใดก็ตาม คนจะรู้จักและเชื่อในคุณภาพสินค้าและบริการของคุณทันที คุณมีสิทธิแล้วที่จะได้รับเงินค่าประชาสัมพันธ์มาเป็นระยะเวลาหลายปีด้วยเงินมหาศาล คุณอย่าลังเลในที่จะเรียกเก็บเงินจากผลประโยชน์ข้อนี้ ซึ่งแฟรนไชซี่ส่วนใหญ่ยินดีจะจ่ายเพื่อใช้มันและนี่เป็นความเป็นไปได้เบื้องต้นที่คุณจะได้รับจากการมีชื่อเสียงที่ติดตลาดของคุณ

6. คุณมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำตลาด
สินค้าและบริการของคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำตลาดหรือครองตลาดในวงการอันดับต้นๆ เมื่อคุณตัดสินใจที่จะขยายธุรกิจด้วยระบบแฟรนไชส์ (Franchise) แล้ว คุณย่อมรู้ว่ามันมีโอกาสที่จะขยายตัวได้อย่างรวดเร็วอย่างแฟรนไชส์เบเกอรี่แห่งหนึ่ง ถูกเย้ายวนให้เปิดขายแฟรนไชส์ โดยมีผู้อื่นมาขอซื้อแฟรนไชส์กันมาจนอดใจไม่ไหว เขาตัดสินใจขายแฟรนไชส์โดยที่ตัวเองนั้นไม่เคยมีความคิดมาก่อนว่าจะทำธุรกิจให้ใหญ่โต จนกระทั่งเขาขายแฟรนไชส์ได้ถึง 8 รายในเวลาอันสั้นอย่างคาดไม่ถึง แต่เมื่อดำเนินธุรกิจไปได้ไม่นานก็ต้องหยุดชะงักและทะยอยซื้อกลับคืน เพราะร้านที่เปิดขึ้นรายได้ไม่ค่อยดีนัก เขากล่าวว่า “ผมเองนอกจากจะไม่ความรู้เรื่องการตลาดแล้วยังไม่ให้ความสนใจกับมันอีกและนี่คือข้อผิดพลาดของผม เพราะมันผิดเป้าที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก ที่ผมตั้งใจแค่ทำร้านเบเกอรี่นี้เป็นเพียงแค่งานอดิเรก”

คุณทราบไหมว่าหลักการในการแนะนำแฟรนไชซี่ในการเลือกซื้อแฟรนไชส์ (Franchise) ที่ดีนั้นก็คือ จงเลือกซื้อแฟรนไชส์ (Franchise) ที่บริษัทแม่มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำตลาด ซึ่งจะทำให้จุดมุ่งหมายของบริษัทแม่มุ่งไปสู่การทำยอดขายที่กินแชร์สูงสุดในตลาด มากกว่าการมุ่งขายสินค้าให้กับแฟรนไชซี่ ที่จะมีผลทำให้ร้านของแฟรนไชซี่ได้รับผลประโยชน์จากการตั้งเป้าข้อนี้คุณลองทบทวนดูว่า คุณตั้งใจจะเป็นผู้นำหรือไม่และคุณกำลังจะก้าวขึ้นสู่ในการเป็นผู้นำตลาดหรือไม่ ถ้าใช่ละก็ คุณคือผู้ที่กำลังเข้าใกล้ความสำเร็จแค่เอื้อม ยิ่งถ้าคุณคือผู้ครองตลาดในวงการอยู่แล้วนั่นคือ คุณสมบัติของผู้ที่จะทำแฟรนไชส์ (Franchise) ที่จะประสบความสำเร็จ

7. สินค้าและบริการของคุณมีตลาดกว้าง
เคยมีผู้ถามว่าธุรกิจเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำแฟรนไชส์ (Franchise) ได้หรือไม่ นี่คือตัวอย่างของธุรกิจที่เป็นไปไม่ได้ในการทำระบบแฟรนไชส์ (Franchise) เนื่องจากมีความต้องการของตลาดอย่างจำกัด ไม่เหมาะในการยายตัวด้วยวิธีแฟรนไชส์ (Franchise) สินค้าและบริการที่คุณจะนำมาสร้างระบบแฟรนไชส์ (Franchise) จะต้องมีตลาดใหญ่พอสมควร จึงจะเป็นไปได้ที่จะทำระบบแฟรนไชส์ (Franchise) แต่ถ้าคุณคิดดูแล้วว่า ธุรกิจของคุณมีกลุ่มผู้ซื้อผู้ใช้ค่อนข้างจำกัด คุณหาวิธีอื่นเพื่อขยายธุรกิจจะเหมาะสมกว่า

8. สินค้าและบริการของคุณมีจุดเด่นที่แตกต่างเหนือคู่แข่งขันหรือไม่?
ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นแฟรนไชส์ (Franchise) ได้หรือไม่ ? ถ้ามีจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้อื่น แต่ถ้าคุณยังธรรมดาไม่มีคอนเซ็ปท์เด่นชัดก็เป็นไปได้ที่ใครจะมาซื้อแฟรนไชส์ (Franchise) ของคุณ ความแตกต่างอาจเป็นที่ตัวอาหาร รูปแบบการให้บริการ การบรรจุหีบห่อ สไตล์การตกแต่งร้าน หรืออะไรที่ผู้คนกล่าวขวัญถึง เช่น สมมติร้านคุณเป็นร้านข้าวมันไก่ที่ขายดีกว่า 10 ร้านที่อยู่ติดๆ กัน นั่นแสดงว่าคุณต้องมีดีที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน คุณจงค้นหามัน อะไรคือจุดที่คุณเก่งกว่า เหนือกว่าคู่แข่งขัน ที่ไม่มีใครมาทียบได้แล้วหลังทำการโปรโมทอย่างจริงจัง

9. สินค้าและบริการของคุณมีวงจรชีวิตสั้นเกินไปหรือไม่?
ตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ เครื่องเล่นทามาก็อตจิเป็นธุรกิจที่เป็นแฟชั่น ที่มีวงจรยอดฮิตเพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ถ้าธุรกิจของคุณมีคุณลักษณะเช่นนี้ คุณจะไม่ประสบความสำเร็จในการทำระบบแฟรนไชส์ (Franchise) เพราะธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ (Franchise) เป็นธุรกิจที่ทำกันมาระยะยาวนาน สืบทอดถ่ายโอนไปสู่ลูกหลาน ดังนั้นกิจการเพียงช่วงสั้นจะไม่เหมาะสมที่จะนำมาทำระบบแฟรนไชส์ (Franchise)
 
10. ธุรกิจของคุณสามารถถ่ายทอดสอนผู้อื่นได้หรือไม่?
ถ้าธุรกิจของคุณเรียนรู้ได้ยากเกินไป มีขบวนการที่ซับซ้อนเกินไปมีคนเก่งเช่นคุณเท่านั้นจึงจะทำได้ ถ้าลักษณะสินค้าและบริการของคุณเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ควรที่จะนำมาทำระบบแฟรนไชส์ (Franchise) เพราะคุณต้องใช้เวลานานในการสอนกันและยังต้องการความสามารถเฉพาะบุคคลอีก อย่างนี้ก็ยากในการสร้างระบบแฟรนไชส์ (Franchise) เพราะธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) นั้นจะต้องถ่ายทอดสู่ผู้อื่นได้ โดยใช้เวลาการอบรมไม่นานนักและมันยากถ้าคุณต้องประกาศหาบุคคลที่มีความสามารถเฉพาะที่มีอย่างจำกัด ความเป็นไปได้ในธุรกิจคุณก็น้อยลงไปด้วย

11. ธุรกิจของคุณต้องใช้พรสวรรค์ใช่หรือไม่?
งานศิลปะที่ต้องอาศัยพรสวรรค์เฉพาะบุคคลเป็นลักษณะธุรกิจที่ไม่เหมาะที่จะทำแฟรนไชส์ (Franchise) เช่น การวาดรูป ถ้าคุณพิจารณาดูแล้วว่าธุรกิจของคุณจำเป็นต้องอาศัยพรสวรรค์พิเศษเฉพาะบุคคล คุณก็ตัดสินใจได้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำแฟรนไชส์ (Franchise) หรือในบางกรณีกลุ่มของธุรกิจประเภทนี้อาจจะต้องใช้คนกลุ่มอาชีพเดียวกัน อย่างแฟรนไชส์ (Franchise) การออกแบบและตกแต่ง ก็จะกำหนดคุณสมบัติของคนที่จบสถาปนิกหรืออาชีพแพทย์เฉพาะทาง ก็จะกำหนดคุณสมบัติของคนที่จบสถาปนิกหรืออาชีพคลินิกแพทย์เฉพาะทางก็จะกำหนดคุณสมบัติของอาชีพแพทย์ วิธีนี้ก็จะเป็นทางออกที่เป็นไปได้

แต่ปัญหามีอยู่ว่า คุณจะควบคุมมาตรฐานของงานศิลป์ให้เป็นรูปแบบเดียวกันได้อย่างไร?

12. ธุรกิจของคุณนั้นลอกเลียนแบบได้ยาก
มีแฟรนไชส์ (Franchise) ขายอาหารเช้าที่เปิดตัวขึ้นมาอย่างฮือฮา แต่ก็ต้องทยอยปิดตัวกันไป เพราะตัวสินค้าขาดคุณสมบัติข้อนี้ คือเป็นธุรกิจที่ลอกเลียนแบบได้ง่ายเกินไป การขายอาหารเช้ามีลักษณะที่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายทำให้ผู้ลงทุนไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อแฟรนไชส์ (Franchise) สามารถฝึกและทดลองด้วยตัวเอง หรือใช้ผู้รู้แนะนำหรือเรียนระยะสั้นๆ มาก็ทำได้แล้ว

13. สินค้าและบริการของคุณมีการซื้อซ้ำหรือไม่?
มีธุรกิจหนึ่งเป็นอาหารเสริมนำมาทำระบบแฟรนไชส์ (Franchise) ซึ่งช่วงแรกที่แฟรนไชซี่ซื้อไปทำได้ดีมาก เพราะเป็นธุรกิจที่ลงทุนต่ำ ขายเพียง 4-5 ชุดก็คืนทุนได้แล้วในเวลาเพียง 2-3 อาทิตย์เท่านั้น ที่ขายหลังจากนั้นก็คือกำไร ดูเสมือนว่าธุรกิจนี้น่าสนในมีจุดดึงดูด ที่ไม่ต้องลงทุนมากไม่มีความเสี่ยงเลย แต่ปรากฎว่าเมื่อทำไปเรื่อยๆ นานๆ จึงจะมีรายได้เข้ามาที เพราะสินค้าที่นำมาขายเป็นของที่ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ใช่ของจำเป็น ไม่ค่อยมีการมาซื้อซ้ำอีก สุดท้ายแฟรนไชซี่ก็ขาดรายได้หรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ไม่เพียงพอต่อชีวิตประจำวันจนต้องหันไปทำอาชีพอื่น

14. ธุรกิจของคุณมีการแข่งขันสูงเกินไปหรือไม่?
มีธุรกิจรายใหญ่ของไทย 2-3 ราย ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์พร้อม มีทั้งชื่อ มีสาขาที่เปิดมาแล้ว มีประสบการณ์ช่ำชองในธุรกิจเป็นผู้นำตลาด แต่ท้ายที่สุดต้องเปลี่ยนกลับไปใช้ระบบดีลเลอร์อย่างเก่า เพราะมาตายด้วยการเป็นธุรกิจที่อยู่ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด เพราะสินค้าเหล่านั้นในท้องตลาดก็มีขายเช่นเดียวกัน เกิดการลดราคาสะบั้นหั่นแหลก ในที่สุดร้านแฟรนไชส์ (Franchise) ก็ไม่มีจุดที่ได้เปรียบ แต่กลับไปเสียเปรียบเพราะระเบียบข้อกำหนดต่างๆ ในระบบแฟรนไชส์ (Franchise) คุณจะเห็นว่าแม้คุณสมบัติที่ครบถ้วนเกือบจะเพอร์เฟค 100% แต่ปัญหาการแข่งขันสูงก็ทำให้ระบบแฟรนไชส์ (Franchise) ไปไม่รอดอย่างไม่น่าเชื่อ

15. ธุรกิจคุณไม่ลงทุนสูงเกินไป (ไม่เกิน 3 ล้าน)
การลงทุนในธุรกิจของคุณไม่ควรสูงเกินไป อย่างกรณีของฟาสท์ฟู้ดในไทยนั้น ปิดตัวลงไปมาก เพราะสาเหตุที่ลงทุนสูงเกินไป จะต้องสร้างยอดขายต่อเดือนมาเท่าไหร่จึงจะคืนทุนได้  การลงทุนที่สูงเกินไปก็จะทำให้หาแฟรนไชซี่ยาก มีความเสี่ยงและทำให้โอกาสในการขยายตัวได้ยากขึ้นไปด้วย สำหรับตัวเลขการลงทุนที่ระบุว่าไม่เกิน 3 ล้านนั้น ได้มาจากการลงทุนของแฟรนไชส์ (Franchise) ส่วนใหญ่ในบ้านเราจะอยู่ในระดับนี้

16. ผลกำไรไม่ต่ำเกินไป (มากกว่าสองหมื่นบาทต่อเดือน)
คุณจะสังเกตุเห็นว่าแฟรนไชส์ (Franchise) ที่ลงทุนต่ำคือ คีออสรถเข็นต่างๆ จะบูมกันอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ถดถอยเหมือนๆ กันหมด จนกระทั่งบางรายปิดตัวหายจากท้องตลาดไปเลย ทั้งที่บางรายบริษัทแม่เป็นยักษ์ใหญ่การที่แฟรนไชส์ (Franchise) ลงทุนต่ำ ที่มีคนตกงานเข้ามาซื้อแฟรนไชส์ (Franchise) ไปทำกันเยอะแยะมากมาย ดูแล้วเหมือนบูมสุดๆ แต่แฟรนไชส์ (Franchise) ลงทุนต่ำเหล่านั้นย่อมทำกำไรต่ำไปด้วยเช่นกัน ผู้ที่ลงทุนซื้อแฟรนไชส์ (Franchise) รถเข็นเปิดอยู่ข้างถนน เมื่อทำไประยะหนึ่งก็รู้สึกว่าขาดความก้าวหน้าและไม่เห็นทางที่จะทำให้รวยขึ้นได้เพราะเงินที่ได้รับไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายประจำเดือน

17. คุณเป็นเจ้าของสิทธิที่ถูกต้องหรือไม่?
เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่ออีกเรื่องหนึ่งที่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำแฟรนไชส์ (Franchise) มานาน มีระบบการทำตลาดที่แข็งแกร่ง ยังต้องปรับปรุงรูปแบบร้านแฟรนไชส์ (Franchise) เข้าสู่วิธีการเดิมก็คือ ดีลเลอร์ เพราะมีข้อผิดพลาดที่ไม่ใช่เจ้าของสิทธิ์ในยี่ห้อสินค้าที่ขาย เช่น สินค้าไอทีและคอมพิวเตอร์ที่ขายบริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าเอง ช่วงแรกๆ ที่ทำนั้น บริษัทแม่ได้สิทธิในการขายสินค้ายี่ห้อดังเพียงรายเดียว แต่ต่อมาภายหลังทุกคนสามารถขายยี่ห้อเดียวกันได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งร้านแผงลอย ร้านทั่วไปกลับมีสินค้าให้ลูกค้าเลือกได้อย่างหลากหลายมากมายหลายยี่ห้อและยังมีการต่อรองราคาได้อย่างสนุกสนาน ทำให้ร้านที่อยู่ในระบบแฟรนไชส์ (Franchise) ต้องการที่จะมีอิสระในการทำเช่นนั้นบ้าง เพื่อความอยู่รอดต่อการแข่งขันที่ร้อนแรง ในที่สุดร้านแฟรนไชส์ (Franchise) ดังของบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องกลับมาใช้ระบบดีลเลอร์อย่างเก่า

18. คุณเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถหรือไม่?
ถ้าคุณขายแฟรนไชส์ (Franchise) ออกไปนั้น คุณจะต้องมีทักษะในการบริหารงานในระบบใหญ่และมันจะยากยิ่งขึ้น เมื่อคุณต้องบริหารแฟรนไชซี่ที่ไม่ใช่ลูกจ้างของคุณ ที่มีลักษณะที่หลากหลายรูปแบบ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องเป็นผู้บริหารที่มีความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามหากคุณทราบว่าคุณอ่อนในเรื่องใด ขอแนะนำให้คุณหาที่ปรึกษาหรือจ้างคนที่เก่งในเรื่องนั้นๆ มาช่วยเสริมสร้างให้มีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นหรือมีทีมงานบริษัทที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น อีกกรณีหนึ่งลักษณะนิสัยส่วนตัว คุณรู้ไหมว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น มีแฟรนไชส์ (Franchise) หลายรายที่กำลังจะไปได้ดี แฟรนไชซี่สามารถดำเนินธุรกิจมีกำไรน่าพอใจ แต่ผู้บริหารมีนิสัยการใช้เงินที่ฟุ่มเฟือย จนกระทั่งหมดเงินจ่ายให้กับซัพพลายเออร์ในที่สุด ร้านของแฟรนไชซี่ก็ไม่ได้สินค้าเข้ามาขายในร้าน ทำให้แฟรนไชส์ (Franchise) เหล่านั้นล้มเหลวลงไปอย่างน่าเสียดายมาก
ที่มา http://www.yesspathailand.com/องค์ความรู้พื้นฐานของธุรกิจแฟรนไชส์/คุณสมบัติของธุรกิจที่จะพัฒนาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์.html

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214