หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้ธุรกิจมุสลิมไทยโพสต์
หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | 
แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ
 
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> บทความธุรกิจ >> รวมบทความน่ารู้เกียวกับธุรกิจ
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างหนี้

ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างหนี้

            จากขั้นตอนของการปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าว ทำให้เกิดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย พอจำแนกออกได้เป็น

1.         ฝ่ายลูกหนี้ ลูกหนี้ซึ่งมีปัญหาในการชำระหนี้ควรจะทำการสำรวจสถานภาพของตนเองว่าสาเหตุ สำคัญที่ทำให้ลูกหนี้มีปัญหาและจะต้องมีการปรับโครงสร้างหนี้นั้นเกิดจาก อะไร และฝ่ายลูกหนี้เห็นว่า มีลู่ทางอย่างไรในการปรับโครงสร้างหนี้ได้บ้าง ลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้ทำธุรกิจย่อมจะรู้ถึงสาเหตุและลู่ทางในการปรับโครงสร้าง หนี้ได้ดีที่สุด แต่จะต้องมีความจริงใจ และสุจริตใจในการแก้ปัญหา และควรมีการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นในการปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ และที่ปรึกษาทางการเงินตามความจำเป็นและเหมาะสม ในการเตรียมตัวเพื่อเจรจากับฝ่ายเจ้าหนี้ ในการปรับโครงสร้างหนี้นั้น ฝ่ายลูกหนี้ควรมีที่ปรึกษากฎหมาย เจ้าหน้าที่ทางการเงิน และในกรณีที่เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ขนาดใหญ่ และมีความสลับซับซ้อนควรจะมีที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อจัดทำข้อมูล และประมาณการทางการเงิน (Feasibility Study) เพื่อประกอบการพิจารณาหาลู่ทางที่เหมาะสมในการปรับโครงสร้างหนี้ด้วย

2.         ฝ่ายเจ้าหนี้ ฝ่ายเจ้าหนี้เป็นฝ่ายที่จะต้องมีการเตรียมตัวในการปรับโครงสร้างหนี้ไม่น้อย ไปกว่าลูกหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เป็นโครงการหรือธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีเจ้าหนี้ หลายราย และมีหนี้หลายประเภท ซึ่งเจ้าหนี้แต่ละรายจะพยายามคุ้มครองผลประโยชน์ของตนเป็นหลัก ทำให้การเจรจาในการปรับโครงสร้างหนี้เกิดความล่าช้าหรืออาจมีอุปสรรคได้ง่าย โดยทั่วไปในกรณีของธุรกิจขนาดใหญ่และมีเจ้าหนี้จำนวนมากจึงมักจะต้องมีการ แต่งตั้งตัวแทนของฝ่ายเจ้าหนี้ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของฝ่ายเจ้าหนี้หลายๆ รายในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวแทนรายเดียว ซึ่งเรียกโดยทั่วไปว่า ผู้ประสานงาน (Co-ordinator) สถาบันแกนนำ (Lead Institution) หรือผู้จัดการ (Manager) หรือ ในกรณีที่เป็นโครงการหรือธุรกิจขนาดใหญ่มากๆ อาจต้องมีการตั้งเจ้าหนี้หลายๆ ราย หรือกลุ่มของเจ้าหนี้เป็นตัวแทนของเจ้าหนี้ทั้งหมด ซึ่งกลุ่มเจ้าหนี้ที่ได้รับแต่งตั้งนี้จะเรียกกันโดยทั่วไปในวงการเจ้าหนี้ ว่า กลุ่มตัวแทนของเจ้าหนี้ หรือคณะกรรมการเจ้าหนี้ (Steering Committee) ซึ่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ได้รับแต่งตั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเจ้าหนี้ในการเจรจากับลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้

3.         ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษาทางการเงินมีความจำเป็นมากสำหรับการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับ โครงการขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ซึ่งมีหนี้จำนวนมาก หรือเป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่มากแต่มีความสลับซับซ้อนสูง ที่ปรึกษาทางการเงินมักจะเป็นองค์กรอิสระซึ่งฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้ร่วมกันเลือกให้มาทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล (ซึ่งเรียกกันในวงการว่าเป็นการทำ Due Diligence) และจัดเตรียมประมาณการต่างๆ รวมทั้งประมาณการกระแสเงินสด (Cashflow Projection) ซึ่ง จะใช้เป็นฐานในการเจรจาระหว่างฝ่ายลูกหนี้ และเจ้าหนี้ เพื่อจัดทำบันทึกข้อตกลง แผนการปรับโครงสร้างหนี้ หรือสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับสภาพธุรกิจของลูกหนี้ต่อไป

4.         ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษากฎหมายทั้งของฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้มีบทบาทอย่างสำคัญซึ่งจะทำให้การปรับโครงสร้างหนี้เป็นไป อย่างราบรื่นไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล หรือการปรับโครงสร้างหนี้โดยอาศัยกระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาลล้มละลายก็ตาม โดยปกติแล้วที่ปรึกษากฎหมายมักจะมีทั้งของฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้ ซึ่งต่างจากกรณีของที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งมักจะมีรายเดียวทำหน้าที่ให้แก่ทั้งฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ที่ประสบความสำเร็จนั้น ที่ปรึกษากฎหมายทั้งทางฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้จะต้องไม่ทำการปกป้องฝ่ายของตนจนเกินสมควร แต่ควรจะหาช่องทางที่จะให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในการปรับโครงสร้างหนี้ ร่วมกันให้ได้ ฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้ควรจะให้ที่ปรึกษากฎหมายของฝ่ายตนเข้ามามีส่วนร่วมในการเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นเพื่อให้ได้คำปรึกษาทางกฎหมายที่ เหมาะสมตลอดระยะเวลาในการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้

5.         องค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้ ในแต่ละประเทศมักจะมีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับส่งเสริมการปรับ โครงสร้างหนี้ และยังมีการตั้งองค์กรที่สามารถให้คำแนะนำสำหรับการปรับโครงสร้างหนี้ทั้ง ของภาครัฐและเอกชน ตัวอย่างของภาครัฐในสหราชอาณาจักร จะมีหน่วยงานที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินหลายหน่วยงาน อาทิ  The Citizens Advice Bureau (CAB) ที่ให้คำแนะนำผ่านทางสาขาในแต่ละท้องถิ่น / Business Debtline ที่ให้คำแนะนำทางเว็บไซด์ / The National Debtline ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำในปัญหาหนี้สินทุกประเภท /Advise UK เป็นเครือข่ายองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการคำแนะนำในเรื่องต่างๆ / Money Advice Scotland ทำหน้าที่ให้ข้อมูลแหล่งใกล้ที่สุดที่จะให้คำแนะนำในเรื่องที่เกี่ยวกับการเงินสำหรับประชาชนที่อาศัยในสก็อตแลนด์เช่นเดียวกับ The Independent   Advice Network ของไอร์แลนด์เหนือ สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมา มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ("คปน." หรือ "CDRAC") คณะอนุกรรมการเพื่อส่งเสริม  การ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และสำนักงานคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ("สปน.") ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐบาลทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพื่อประสานงาน และส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้ให้ประสบความสำเร็จ

 นอก จากนั้น ยังมีการจัดตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) เมื่อปี 2540 เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการแก้ไขปัญหาระบบสถาบันการเงินและ ฟื้นฟูสถานะการดำเนินงานของสถาบันการเงิน 56 แห่ง ที่ประสบปัญหาในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ โดยการประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์จากการประมูลขายขององค์กร เพื่อการปฎิรูประบบ สถาบันการเงิน (ปรส.) และจากองค์กรอื่นๆ เพื่อนำมาดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้และการจำหน่ายทรัพย์สินที่ได้รับจากการ โอนหนี้

6.         ผู้ทำแผน ในการปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการของศาลล้มละลาย จะต้องมีการแต่งตั้งผู้ทำแผน ซึ่งมีหน้าที่หลักอยู่ 2ประการคือ

6.1        ร่าง แผนฟื้นฟูกิจการซึ่งกำหนดขั้นตอนและรายละเอียดในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ รวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ และการปรับโครงสร้างองค์กร หรือโครงสร้างกิจการของลูกหนี้ เพื่อให้กิจการของลูกหนี้สามารถฟื้นตัวได้

6.2        เป็นผู้ทำการแทนลูกหนี้ในระหว่างเวลาที่มีการร่างแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อให้ที่ประชุมเจ้าหนี้อนุมัติ

ผู้ทำแผนจะต้องมีความเป็นกลางให้มากที่สุด เพื่อให้แผนฟื้นฟูกิจการเป็นที่ยอมรับของทั้งฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้

7.         ผู้บริหารแผน นอกจากผู้ทำแผนแล้ว ในการปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการของศาลล้มละลายยังจะต้อง มีผู้บริหารแผนซึ่งมีหน้าที่หลักในการเป็นผู้กระทำการแทนลูกหนี้ให้เป็นไป ตามข้อกำหนด และเงื่อนไขในแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมเจ้าหนี้ และศาลล้มละลายแล้ว ผู้บริหารแผนอาจเป็นบุคคลคนเดียวกันกับผู้ทำแผน หรือเป็นบุคคลอื่นก็ได้

8.         สำนักฟื้นฟูกิจการ กระทรวงยุติธรรม การปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการของศาลล้มละลาย รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ทำแผน และผู้บริหารแผน จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งสังกัดอยู่กับสำนักฟื้นฟูกิจการ กระทรวงยุติธรรม ควบคุมดูแลโดยผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูกิจการ กระทรวงยุติธรรม

9.         ศาลล้มละลาย การปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณา ในศาลล้มละลายภายใต้หลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 (ได้ มีการแก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน) ซึ่งในปัจจุบันนี้ ศาลล้มละลายได้มีการคัดเลือกกลุ่มผู้พิพากษาที่มีความสามารถเฉพาะด้านมาทำ หน้าที่เป็นผู้พิพากษาในกระบวนการฟื้นฟูกิจการของศาล ซึ่งจะต้องมีการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพกว่าศาลในประเภทอื่นๆ

 ที่มา http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=6262

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/business/main/index.php on line 214